ปริศนาของการแยกทาง
ผมว่าใครตกอยู่ในสภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในตอนนี้ คงรู้สึกน้อยใจอยู่เหมือนกัน ดูเอาเถอะขนาดแยกทางเดินกับภรรยาถึงขั้นหย่าขาดกับ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ยังมีคนสงสัยว่า เรื่องนี้น่าจะมีนัยทางการเมืองหรือความพยายาม หลีกเลี่ยงข้อกฎหมาย
ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับ ทรัพย์สินจำนวน 70,000 กว่าล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะถ้าอดีตนายกฯ ทักษิณ กับคุณหญิงพจมาน ไม่มีความสัมพันธ์ทางนิตินัยแล้ว อาจทำให้ง่ายในการต่อสู้ทางคดีความ หรือมีโอกาสได้ทรัพย์สินบางส่วนกลับคืน มาได้บ้าง
เพราะหลายคนเชื่อว่าสาเหตุสำคัญซึ่งทำให้อดีตนายกฯ ยังดิ้นรนไม่เลิก หรือเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ เพราะ อยากได้เงินหรือสมบัติของตัวเองกลับคืน จนมีข่าวออกมาด้วยซ้ำว่า พ.ต.ท. ทักษิณ พร้อมจะนั่งเจรจากับคนมีอำนาจตัวจริง เพื่อต่อรองหรือแลกเปลี่ยนในบางเรื่อง แต่เวทีการเจรจายังไม่สามารถเริ่มได้ เพราะแต่ละฝ่ายยังไม่แน่ใจว่าผู้มีอำนาจตัวจริงจะยึดถือข้อตกลงหรือไม่
หรือการหย่าขาดกับอดีตภริยามาจากกรณีที่ อังกฤษ เพิกถอนวีซ่าตนเองและอดีตสามี ทำให้ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศนี้ได้ อีกต่อไป หลังออกรายการ โฟนอิน เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ถ้าหากทำให้ ผู้นำของประเทศอังกฤษเห็นว่า ไม่ได้มีความสัมพันธ์เกี่ยวพัน กันอีกแล้ว คุณหญิงพจมานคงคิดว่า น่าจะมีโอกาสร่วมใช้ชีวิตกับลูก ๆ ซึ่งพำนักอยู่ต่างประเทศ
นอกจากนี้อดีตนายกฯ ซึ่งหลายคนยังเชื่อว่าเป็น ผู้มีอำนาจ ตัวจริง ในการกำหนดยุทธศาสตร์เกือบทุกเรื่อง คงคิดว่าการไม่ได้มีข้อ ผูกพันทางกฎหมายกับคุณหญิงพจมานอีกต่อไป จะสามารถเคลื่อนไหว ทางการเมืองได้มากขึ้น เพราะหลังจากถูกเพิกถอนวีซ่า เข้าประเทศมหาอำนาจ อดีตนายกฯ ได้ประกาศชัดแล้วว่า จะไม่ยอมถอยอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการพูดจากับประชาชนซึ่งเป็นฐานมวลชนสนับสนุนตนเอง โดยตรง
หรือแม้กระทั่งการเปิดชื่อของคนที่ยืนอยู่ตรงข้าม ซึ่งขณะนี้ สื่อมวลชนเริ่มวิเคราะห์กันแล้วว่ามีใครบ้าง โดยหลายคนเชื่อว่า น่าจะ ประกอบด้วยบุคคลมีชื่อนำด้วยอักษรตัวแรกคือ ป ส อ ส่วนจะมีใครเพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้น คงอยู่ที่คนชื่อ ทักษิณ จะกล้าพูดออกมา ให้คนทั่วไปได้ยินกันชัด ๆ หรือไม่
แม้ว่าบางคนประเมินว่าอดีตนายกฯ คงยังไม่กล้าเสี่ยงเปิดแนวรบแบบเต็มรูปแบบ เพราะหวั่นว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาซึ่งตนเองคาดไม่ถึง
แต่ที่น่าจะเป็นผลพวงและทำให้ คนอาศัยวิบากกรรม ของ อดีตนายกฯ มาเป็นประโยชน์ให้กับตัวเอง เพราะคิดว่าบารมีของคนชื่อ ทักษิณ ยังเป็นจุดขายสำคัญในการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่เช่นนั้น แกนนำพรรคเพื่อไทย คงยังไม่พยายามผลักดันคนในตระกูล ชินวัตร กลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้ง เพราะผลงานในอดีตซึ่งช่วยเหลือคนในระดับรากหญ้า น่าจะช่วยทำให้พรรคกลับมาคุมเสียงข้างมากในสภาอีกครั้ง
แต่สะท้อนถึงตัวตนของนักการเมืองบางกลุ่ม หรือ บรรดาพวกหวังรวยทางลัด โดยอ้างว่าการกระทำทั้งหลายเพื่อประโยชน์กับอดีตนายกฯ ทักษิณ ทั้งที่ความจริงเป็น การหาประโยชน์เข้าตัวเอง เพราะมีข่าวพูดกันหนาหูว่า นักจัดรายการบางคนซึ่งอ้างตัวว่าเป็นสื่อและมีพฤติกรรมรับใช้ นายใหญ่และนายหญิง จนหมดหัวใจ จากการทำหน้าชเลียร์หรือปกป้องอยู่หน้าจอ ได้เงินทุนก้อนใหญ่ ไปเปิดร้านอาหารที่ต่างประเทศ
แต่ไม่รู้ว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าของ อดีตนายกฯ ซึ่งกลายเป็น คนระเหเร่ร่อน อยู่ในขณะนี้หรือไม่ เพราะ ถ้าลองย้อนกลับไป ดูมรสุมหรือวิบากกรรมต่าง ๆ ที่โหมกระหน่ำเข้ามา ก็เกิดจากการกระทำของตนเองและคนรอบข้างทั้งนั้น.
http://www.thakhanon.com/htdocs/modules/weblinks/visit.php?lid=41