
พลิกปูมไอเดียกระฉูด! 'ทำฟาร์ม-ชื่อใหม่'
'เหี้ย' สัตว์ดึกดำบรรพ์
ไอเดียกระฉูดของผู้บริหารบางส่วนงานของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เปรย ๆ ถึงการเปลี่ยนชื่อเรียกสัตว์ที่คนไทยเรียก สั้น ๆ ว่า เหี้ย ให้สอดคล้องกับเสียงทับศัพท์สกุลทางวิทยาศาสตร์ในภาษาอังกฤษของสัตว์ชนิดนี้ ที่สะกดด้วยอักษร วี-เอ-อาร์-เอ-เอ็น-ยู-เอส (Varanus) นัยว่าเพื่อให้คนเลิกรังเกียจ โดยเปลี่ยนเป็น วรนุช นั้น ต่อให้เป็น วรนัส หรือ วรานัส และต่อให้แค่เปรย ๆ ยังไงก็ย่อมเรียกเสียงวิพากษ์เซ็งแซ่ และก็ย่อมไม่พ้นถูกวิจารณ์ขรม !!
นาทีนี้ต่อให้ไม่เปลี่ยนอย่างเป็นทางการ...คนก็รู้ทั่วแล้ว
ใครที่ชื่อตรงหรือชื่อพ้องกับชื่อที่มีการเปรย...ย่อมมึนตึ้บ
และคนชื่ออื่น ๆ ถ้าถูกเรียก วรนุช-วรนัส...คงจะโกรธ !!
ทั้งนี้ กับเรื่องชื่อของ เหี้ย ต่อไปนี้จะมีชื่อใหม่หรือไม่ ? นั่นก็เรื่องหนึ่ง อย่างไรก็ตาม กับประเด็นที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อม ๆ กับเรื่องชื่อใหม่ คือการส่งเสริมให้เป็น สัตว์เศรษฐกิจ จากที่อยู่ในบัญชี 2 สัตว์คุ้มครอง ก็ถือเป็นเรื่องน่าติดตาม แม้ว่าประเด็นนี้จะมิใช่ประเด็นใหม่ เพราะเคยมีการพูดถึงมานานแล้ว
เหี้ย สัตว์ที่คนไทยร้อยทั้งร้อยไม่ยินดีหากมีใครใช้ชื่อมันมาเรียกตนเอง ซึ่งเป็นสัตว์ที่ถูกกำหนดเข้าบัญชีเป็นสัตว์คุ้มครองมาตั้งแต่ปี 2535 นั้น จริง ๆ แล้วยังมีชื่อเรียกชื่ออื่นอีกอย่างที่ทราบ ๆ กัน เช่น ตัวเงินตัวทอง, ฮังเล, แลน และยังมีสัตว์ที่อยู่ในจำพวกเดียวกัน คล้ายกัน แต่ตัวจะเล็กกว่า คือ ตะกวด
ส่วนกับการนำชื่อ เหี้ย มาเปรียบเป็น คนไม่ดี นั้น ผู้รู้บางรายบอกว่า... กระแสหนึ่ง อาจเกิดจากดาวร้ายหนังไทยสมัยก่อน ที่นอกจากเล่นบทร้ายแล้ว ยังมีท่าเดินในหนังแบบส่ายไปส่ายมา คล้ายท่าเดินของตัวเหี้ย ทำไปทำมาจึงมีคนเปรียบเทียบยึดโยง โดยเรียกคนที่ทำอะไรไม่ดี ทำอะไรร้าย ๆ ว่า คนเหี้ย
สัตว์ที่เรียกว่า เหี้ย นี้ ที่จริงมีคนไทยบางส่วน-บางพื้นที่นำมากินนานแล้ว ทั้ง ไข่ เนื้อ รวมถึง หนัง ก็มีการนำมาใช้ประโยชน์บ้างแต่ยังไม่มาก และที่ผ่านมาก็เคยมีสวนสัตว์เอกชนบางแห่งที่มี การเลี้ยง จระเข้ ด้วย ประกาศรับซื้อจากชาวบ้าน ซึ่งจะซื้อไปเลี้ยงโชว์เฉย ๆ หรือเอาไปทำอะไร ?? ก็ไม่ทราบได้ ??
ที่แน่ ๆ คือยุคหลัง ๆ เหี้ย ถูกเสนอเป็น สัตว์เศรษฐกิจ
เป็นการเสนอที่มีการดำเนินการเรื่องความเป็นไปได้ด้วย !?!
อย่างเช่น...ต้นปี 2551 กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตาม อนุสัญญาไซเตส ก็ได้มีการดำเนินการหารือในหัวข้อ การสนับสนุนให้เพาะตัวเงินตัวทอง (เหี้ย) เชิงพาณิชย์ อีกทั้งยังมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งเสริมเพาะเลี้ยง มีการประสานทีมนักวิชาการด้านสัตว์เลื้อยคลานของบางองค์กรให้ลงพื้นที่สำรวจและศึกษาพฤติกรรมสัตว์ชนิดนี้ อย่างละเอียด นัยว่าเพื่ออาจจะใช้เป็นข้อมูลดำเนินการในลำดับต่อ ๆ ไป
การเพาะเลี้ยงน่าจะทำได้ เพียงแต่ต้องมีการแก้ไขกฎกระทรวงให้ชัดเจน ...เป็นเสียงจากผู้บริหารกองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ในช่วงต้นปี 2551 ซึ่งในช่วงนั้นยังถึงขั้นมีการขายฝันหาเกาะกลางทะเลหรือเกาะบกแล้วนำตัวเหี้ยไปเลี้ยงไว้มาก ๆ จากนั้นก็ให้ สัมปทานเก็บไข่เหี้ย ให้ชาวบ้านเข้าไปเก็บไข่นำไปขายให้กับผู้ที่นิยมบริโภค รวมถึงมีการระบุด้วยว่าจะมีการประสานนักวิทยาศาสตร์ให้ทำการ ศึกษาการใช้ประโยชน์จากน้ำลายตัวเหี้ย ว่าทำได้เหมือนกรณีของ มังกรโคโมโด หรือไม่ ? เช่น ทำเป็นเซรุ่ม
ทั้งนี้ ย้อนเวลากลับไปไกลมากขึ้นอีก เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน หรือช่วงปลายปี 2542 ตอนนั้นทางสวนสนุก-สวนสยามก็เคยมีโครงการทำ ฟาร์มเลี้ยงเหี้ย ขนาดใหญ่ ใช้พื้นที่ถึง 30 ไร่ กับราคาที่ดินต่อไร่ตอนนั้นตกไร่ละ 12 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ไม่ให้สูญพันธุ์ เพื่อให้สัตว์ชนิดนี้มีอยู่ต่อไป เพราะคนทั่วไปมักไม่นิยมชมชอบ ถือว่าเป็นตัวอัปมงคล มักจะทำลาย ซึ่งตอนนั้น สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์ ก็เคยนำเสนอเรื่องนี้
ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานสวนสยาม บอกไว้เมื่อปลายปี 2542 ว่า... เหี้ย จัดเป็น สัตว์ดึกดำบรรพ์ มีกำเนิดชีวิตอยู่ในช่วงประมาณ 286 ล้านปี มีกำเนิดชีวิตก่อนไดโนเสาร์ เสียอีก เพราะไดโนเสาร์มีกำเนิดชีวิตในช่วงประมาณ 213 ล้านปีเท่านั้น และตัวเหี้ยนับได้ว่าเป็น สัตว์สาธารณสุขพื้นฐานของโลก เลยทีเดียว เพราะมันจะกินเศษสิ่งปฏิกูลหรือสัตว์ที่ตายเน่าเหม็นเป็นอาหาร จึงช่วยกำจัดสิ่งสกปรก
ที่มีคนคิดว่ามันเป็น สัตว์อัปมงคล นั้น คงเป็นเพราะสมัยก่อนพวกเศรษฐีนายทุนหน้าเลือดเที่ยวกดขี่ชาวบ้าน กว้านฮุบที่ดินเรือกสวนไร่นากันเป็นล่ำเป็นสัน ตัวเหี้ยเองก็หมดแหล่งหากิน ต้องแอบเข้าไปกินปลา-กินเป็ดไก่ที่นายทุนเลี้ยงเอาไว้ ตัวเหี้ยก็เลยกลายเป็นหัวขโมย เป็นตัวร้าย จึงถูกเกลียดชัง ถูกเชื่อว่าเป็นอัปมงคล
สมัยก่อนเศรษฐีบางคนเจอตัวเหี้ยเข้าบ้านถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เป็นกังวลจนป่วยตายก็ยังมี ตรงกันข้าม ชาวบ้านที่ยากจนเมื่อเจอตัวเหี้ยเข้าบ้านแทนที่จะเกลียดกลัว กลับเรียกว่าเป็นตัวเงินตัวทอง ถือว่าจะมีโชคลาภ บางคนจับมาชำแหละเป็นอาหารเลี้ยงครอบครัวได้หลายวันเลย ...ประธานสวนสยามระบุผ่าน สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์ ไว้เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ซึ่งแม้ภายหลังโครงการฟาร์มเลี้ยงตัวเหี้ยที่ว่าจะเงียบหายไป แต่ก็อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นอีกจุดเริ่มสำคัญที่ทำให้คนไทยมอง เหี้ย ในมุมใหม่
เหี้ย สัตว์ชนิดนี้ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจแฝงอยู่ไม่น้อยเลย...
แต่กรณี ชื่อใหม่-สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ ก็แล้วแต่จะคิด ??.
http://www.thakhanon.com/htdocs/modules/weblinks/visit.php?lid=41