HOME NEWS SHOPPING LINKS About Thakhanon Shop
  
   Regiser now    Login
เมนูหลัก
Forest Cyber
Yahoo! Avatars
ทวิตเตอร์
เฟสบุ๊ค
เข้าระบบ
ชื่อเรียก:

รหัสผ่าน:


ลืมรหัสผ่าน?

สมัครสมาชิก!
ใครกำลังใช้งาน
มี 11 คนกำลังใช้งาน (มี 4 คนกำลังใช้งาน ข่าวสาร บทความ)

สมาชิก: 0
บุคคลทั่วไป: 11

มีต่อ...
เขียนกระดาน ซื้อ ขาย
Select the category :
แนะนำ เวบไชต์
แบบสำรวจ
ท่าขนอน ดอทคอม เป็นสื่อ ท่านอยากให้มีเรื่องราวอะไรบนสื่อแห่งนี้
ข่าวสาร ท้องถิ่นจากท่าขนอน
ตัวแทน เพื่อร้องเรียนความไม่เป็นธรรม
กระจาย ขาย สินค้าจาก ท่าขนอนสู่ตลาด
นำเสนอ เรื่องราวทาง ประเพณี
สร้าง ประสานสังคม ตัวแทนแห่งความรักถิ่น
เวบไชต์ มาใหม่
เรื่องใหญ่ประจำวัน

ไม่มีเรื่องใหญ่ประจำวัน

คมคนคมคาย
Top Listings
สุ่มแสดงข่าวสาร
สมาชิกใหม่
chuay 4/8/2010
Weerayut 30/7/2010
anita591 25/6/2010
Rostorio98 5/6/2010
portal66 8/5/2010
marquis4 30/4/2010
dangtanapa 27/4/2010
cade314 12/4/2010
katelynn 10/4/2010
elaina73 31/3/2010


หัวข้อ เนื้อหา บบทความ
ข่าวสารล่าสุด
แนะนำยกย่อง บันทึก เพื่อเป็นแบบอย่าง
Creative Commons Attr... ส่งมาโดย samuicyber (26/8/2007)
ผลงานทั้งหมดในท่าขนอนดอทคอม ใช้สัญญาอนุญาตแบบ
Creative Commons Attribution 3.0 License (ยกเว้นแต่มีระบุไว้เป็นกรณีพิเศษ) คุณสามารถนำเนื้อหาในท่าขนอนดอทคอม ไปใช้ต่อได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ตราบเท่าที่อ้างแหล่งที่มา โดยใส่ลิงก์กลับมาที่เนื้อหานั้นๆ
ในท่าขนอนดอทคอม
-------------------------

--สังคมที่ดีต้องร่วมสร้าง การคิด หรือ แสดงออก ผ่านสื่อ กระทำได้ โดยเสรี หากต้องไม่เป้นเชื้อ ทำลายสังคม--




เป็นทั้งครู ทั้งพรหม ปฐมเทพ

โดยสังเขป พิทักษ์ คุ้มรักษา

ลูกน้อยใน อุทร ก่อนเทวา

แผ่เมตตา อภิรมย์ ก่อนพรหมใด




กลุ่มสื่อสารสนเทศ ตำบลท่าขนอน

คุยกับทีมงานท่าขนอนดอดคอม



Yahoo! Avatars

สอบถามผู้รอบรู้
Google
(1) 2 3 4 ... 751 »
ข่าวการเมือง : ให้โอกาสใคร
ส่งมาโดย niyom เมื่อ 4/9/2010 8:33:50 (7 ครั้งที่อ่าน)
ข่าวการเมือง

ให้โอกาสใคร
ตอนนี้แม่ค้าขายส้มตำข้างถนน คนขับรถเมล์ หรือแม้กระทั่งเด็กนักเรียนกำลังให้ความสนใจปัญหาพวกกุ๊ยที่แต่งเครื่องแบบนักเรียนช่างกล มาไล่ฆ่ากันกลางเมือง ที่ดูจะอันตรายมากขึ้นทุกวัน
ถึงขนาด พ่อ แม่ ลูก ก่อนออกจากบ้านในตอนเช้า ต้องสั่งเสียกันให้ดี เพราะไม่แน่ใจว่า ตอนเย็นจะยังมีโอกาสได้กลับมาเห็นหน้ากันอีกหรือไม่
เพราะนั่งรถเมล์อยู่ดี ๆ อาจถูกพวกนักเรียนกุ๊ยเอาปืน มายิงจนเสียชีวิต ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่คู่อริ
ซ้ำร้ายกว่านั้น เมื่อตำรวจจับได้ พวกนี้จะพูดซ้ำ ๆ เหมือนกันทุกคน คล้ายมีคนเขียนใส่มือว่า “ผมสำนึกผิดแล้วครับ คนอื่นอย่าเอาแบบอย่าง”
แล้วก็ไม่เคยเห็นสำนึกผิดสักคน เพราะสังคมมองว่า พวกเขาเป็นเด็กนักเรียน เป็นอนาคตของชาติ ต้องให้โอกาส แต่กลับกลายเป็นโอกาสให้ไปฆ่าคนบริสุทธิ์
ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า นักเรียนกุ๊ยเหล่านี้เคยสำนึกไหม หากไม่สำนึกแล้วเจ้าหน้าที่จะมีมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองอย่างไร
เท่าที่ดูทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้กวดขันอย่างเต็มกำลัง ไม่มีอะไรให้ตำหนิ
ส่วนทางตำรวจก็เช่นกัน พอเกิดเหตุที่ไหนก็ระดมกำลังไปแก้ไขสถานการณ์ให้คลี่คลาย
จึงมีคำถามว่า เมื่อทุกฝ่ายเอาจริงเอาจัง ทั้งป้องกันและตามแก้ไขปัญหา แล้วทำไมนักเรียนกุ๊ยเหล่านี้ถึงไม่เข็ดหลาบ
คำตอบมีอยู่ว่า มาตรการที่ใช้ยังไม่เข้มข้นพอ เนื่องจาก สังคมยังมองว่า เด็กเหล่านี้เป็นอนาคตของชาติ สมควรได้รับโอกาส
ที่สำคัญพวกพ่อแม่ของนักเรียนกุ๊ยเหล่านี้มักชอบมาแก้ตัวเสมอ ๆ ว่า ลูกฉันเป็นคนดี
ถ้าสังคมยอมรับว่า มาตรการที่ใช้อยู่ไม่เพียงพอ สมควรขันนอตให้แน่นกว่านี้ แล้วส่งสัญญาณไปยังตำรวจ ยอมให้ตำรวจปรับมุมมองและปฏิบัติกับนักเรียนกุ๊ยเหล่านี้ในระดับเดียวกับพวกอาชญากรตัวร้าย
เชื่อว่า นักเรียนกุ๊ยส่วนหนึ่งจะไม่กล้าไปก่อเรื่อง เพราะกลัวได้รับโทษที่รุนแรง
นี่ไม่ใช่สมมุติฐานที่นำมากล่าวอ้างลอย ๆ แต่มีตัวอย่างให้เห็นจากมาตรการของตำรวจนครบาลที่ให้ผู้บริหารปทุมวัน และอุเทนถวาย ส่งเด็กเกเรมาทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ ถ่ายรูป เก็บไว้
ประวัติเหล่านี้ไม่ได้เอาไปเผยแพร่หรือประจานให้ได้อับอาย แต่เก็บเอาไว้เพื่อปรามไม่ให้คนเหล่านี้ไปก่อเรื่อง เพราะก่อเรื่องแล้วรับรองหนีไม่พ้นเงื้อมมือกฎหมายแน่นอน
เมื่อตำรวจเข้มงวดกับนักเรียนกุ๊ย โดยตีราคาให้อยู่ในระดับเดียวกับอาชญากร จึงเป็นผลให้เด็กนักเรียนดี ๆ ของ 2 สถาบัน สามารถเดินทางไปเรียนได้ด้วยความปลอดภัย
และที่สำคัญช่างกลที่ก่อเรื่องมีอยู่ไม่ถึง 20 แห่ง จึงสามารถไล่ทำประวัติกันได้ไม่ยาก
หรือจะให้เข้มข้นกว่านั้น ตำรวจแบ่งกำลังสายสืบส่วนหนึ่งติดตามกดดันนักเรียนกุ๊ย ให้เลิกพฤติการณ์เยี่ยงอาชญากร และสังคมอย่าไปตำหนิตำรวจว่า กระทำหยาบคาย ก็เชื่อว่าจะ ได้ผลดี
เพราะการบริหารคน ก็เหมือนกับการจัดการกับบัว 4 เหล่า
บางคน เกิดสำนึกเอง ไม่ต้องไปยุ่งเลย
บางคน แค่มองด้วยตาก็รู้เรื่อง ไม่ต้องพูดอะไรมาก
บางคน ต้องสั่งสอนด้วยวาจา ถึงยอมทำตาม
แต่สำหรับคนที่ดื้อด้าน ไม่รักดี ต้องใช้ไม้เรียวพูดแทน
ถ้าสังคมไทยยังจะให้โอกาสกับนักเรียนกุ๊ยอีก ก็ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ประชาชนหาเช้ากินค่ำ พยายามทำตัวเป็นคนดี โอกาสที่จะมีชีวิตรอดอย่างปลอดภัย มันอยู่ตรงไหน..??.

http://www.thakhanon.com/htdocs/modules/weblinks/visit.php?lid=41

คะแนน: 0.00 (0 คะแนน) - ให้คะแนนข่าวสารนี้ -
อื่นๆ : สามัญสำนึกหลังความตาย
ส่งมาโดย niyom เมื่อ 4/9/2010 8:31:29 (2 ครั้งที่อ่าน)
อื่นๆ

สามัญสำนึกหลังความตาย
เป็นข่าวเศร้าสะเทือนอารมณ์อีกคดีหนึ่ง เมื่อ ด.ช.จตุพร หรือน้องเทียน ผลผกา วัย 9 ขวบ นักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ กำลังจะก้าวลงจากรถสาย 113 ที่แม่เป็นนายท่าปล่อยออกจากอู่
เมื่อมาถึงปากซอยรามคำแหง 164 ถนนรามคำแหง เขตสะพานสูง ได้มีเด็กนรกโผล่ออกมาจากที่ซ่อนเป็นกลุ่ม 1 ใน 2 คนร้ายได้ลั่นกระสุนปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ยิงใส่กลุ่มอริบนรถเมล์โดยไม่สนใจใครทั้งสิ้น
สิ้นเสียงปืน อานิจจังคมกระสุนพุ่งไปโดนลำคอและใบหน้าเด็กชายเคราะห์ร้ายร่วงตกรถเลือดนองดับอนาถ หัวใจผู้เป็นแม่แทบแตกสลาย ครูบาอาจารย์ เพื่อนๆ พากันร้องระงม!!
เรื่องคงไม่จบเพียงแค่นั้น ศพน้องเทียนคงไม่ใช่ศพแรกและศพสุดท้าย!
ประชาชนพลเมืองชั้น 3 ที่ไม่มีรถเก๋งขับ อาศัยรถร่วม ขสมก. ทุกชีวิตไม่รู้จะไปเผชิญกับความตายเมื่อไร เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ล่าสุดที่จังหวัดปทุมธานี ยิงถล่มรถเมล์ใส่คู่อริอย่างกับในภาพยนตร์ ถัดมาอีกวันที่จังหวัดสมุทรปราการ ยิงใส่รถสองแถว นักเรียนหญิงบาดเจ็บสาหัส
ไอ้ที่จะโดนสอยกลับไม่โดน ไอ้ที่โดนยิงก็มักจะเป็นเด็กนักเรียน หรือผู้โดยสารที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อยู่ร่ำไป
ถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 3 และตำรวจ สน.มีนบุรี จะลากคอ 2 นักเรียนนักเลงพร้อมอาวุธปืน คอตกรับสารภาพว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ทว่ามือปืนวัยกระเตาะอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น ต้องไปชดใช้กรรมในสถานพินิจ
เรื่องนี้ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เจ้ากระทรวงศึกษาธิการ ต้องมีมาตรการแก้ไขปัญหาเยียวยา ไม่ใช่บอกว่าเหตุการณ์นักเรียนตีกันเหล่านี้เคยเกิดขึ้นมานานแล้ว?
พร้อมขึ้นทะเบียนอาชีวะกลุ่มเสี่ยง 18 สถาบัน ให้ระวังหากเกิดการตีกันอีกจะสั่งปิดสถาบัน มันไม่ง่ายเกินไปหรือ เราต้องแก้ปัญหาแบบบูรณาการ เปลี่ยนพฤติกรรม นำธรรมะ วิชาศีลธรรมเข้ามา หรือบังคับให้เรียนรักษาดินแดนเพื่อปลูกจิตสำนึก ลด ละ เลิกความรุนแรง
การเปลี่ยนเครื่องแบบ เปลี่ยนชื่อสถาบัน มันไม่ใช่ทางออก หากไม่ปรับเปลี่ยนสันดาน อย่ามาโทษสภาพแวดล้อม สังคม ครอบครัว สถาบัน การปลูกฝังค่านิยมผิดๆ
หนทางย่อมมีทางเลือก ปัญหามีไว้แก้ ไม่ใช่มีไว้กลุ้ม การแก้ปัญหาต้องแหลมคม ตรงจุด สิ่งเหล่านี้มันกระทบกระเทือนหลายด้าน ทั้งภาพลักษณ์ประเทศ เศรษฐกิจ สังคม
แรงงานภาคอุตสาหกรรมช่างเชื่อม ช่างยนต์ ช่างเทคนิค ฯลฯ ยังต้องการแรงงานนี้อีกเยอะ แต่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่อยากให้ลูกเข้ามาเรียนช่างกล เสมือนเป็นการส่งเสริมให้ลูกหลานมาตาย!
เด็กเหล่านี้คือเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตมาท่ามกลางสิ่งแวดล้อม เราต้องมีกฎกติกา เด็กฆ่าเด็กต้องรับโทษทัณฑ์ตามกบิลเมืองขนาดไหน ตามหลักจิตวิทยาเพื่อต้องการให้หลาบจำ สำนึก
การพัฒนาฝีมือแรงงานภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้ทันกับยุคสมัยในการขาดแคลน ยังมีหนทางแก้ไข นักเรียนตีกันมีคนตาย คนเจ็บ หรือคนร้ายที่ถูกประณาม มันก็คือลูกหลานของเรา
มาวัดฝีมือพิสูจน์กึ๋นผู้นำภาครัฐบาลอย่างกรมอาชีวะ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในยุคผลัดใบใหม่ กับปัญหาจิ๊บๆ อย่างนักเรียนนักเลงตีกัน จะสางปัญหาได้อย่างไร
อย่าให้สามัญสำนึกดีๆ เหล่านั้นถูกลืม!!

http://www.thakhanon.com/htdocs/modules/weblinks/visit.php?lid=42

คะแนน: 0.00 (0 คะแนน) - ให้คะแนนข่าวสารนี้ -
ข่าวการเมือง : เจาะอ่าวไทยยังวุ่น
ส่งมาโดย niyom เมื่อ 4/9/2010 8:26:48 (2 ครั้งที่อ่าน)
ข่าวการเมือง

เจาะอ่าวไทยยังวุ่น
จากกรณีมีประชาชนในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ได้เรียกร้องคัดค้านให้รัฐบาลยกเลิกการขุดเจาะสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในแปลงสัมปทานของบริษัทเอกชนที่อยู่ใกล้กับเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบตามมา ซึ่งบริษัทที่ได้รับสัมปทานปัจจุบันยังไม่ได้ดำเนินการขุดเจาะ ซ้ำกรณีดังกล่าวทำท่าจะลุกลามบานปลาย แม้หน่วยงานภาครัฐจะพยายามไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อยุติแล้วก็ตาม แต่ทว่าปัญหายังคงคาราคาซังต่อเนื่อง
เพราะหลักเกณฑ์ที่ภาครัฐจะยกเลิกสัมปทานการขุดเจาะปิโตรเลียมได้นั้นต้องเข้าข้อเท็จจริงที่ว่าผู้รับสัมปทานไม่ยอมสำรวจหลังจากที่ได้รับสัมปทานไปแล้ว และไม่จ่ายเงินค่าภาคหลวง หรือภาษี รวมทั้งการขุดเจาะสำรวจมีผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อม แต่จนถึงขณะนี้บริษัทที่ได้รับสัมปทานยังอยู่ระหว่างการทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ขั้นตอนดั้งกล่าวถูกชะลอออกไปเพราะเกิดการประท้วง ดังนั้นกรณีนี้รัฐบาลจึงไม่สามารถยกเลิกสัมปทานกับบริษัทเอกชนที่ได้รับสัมปทานได้
เพราะแน่นอนว่าหากรัฐบาลไม่มีเหตุผลรองรับที่ชัดเจนในการยกเลิกสัมปทานย่อมเกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนและมีความสุ่มเสี่ยงที่ภาคเอกชนจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ ซึ่งเรื่องนี้คงทำได้เพียงการเจรจาย้ายจุดสำรวจให้ห่างออกไปจากแหล่งท่องเที่ยว เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ดังนั้นภาครัฐควรเร่งรีบทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยแสดงเหตุผลที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะต้องชี้ให้ชาวสุราษฎร์ธานีเข้าใจถึงปัญหาการขาดแคลนพลังงาน โดยเฉพาะกระแสไฟฟ้าที่มีความสำคัญยิ่ง
ทั้งนี้โดยภาพรวมประเทศไทยต้องพึ่งพาพลังงานจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ากว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งในปัจจุบันแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันที่ผลิตจากอ่าวไทย สามารถช่วยลดการนำเข้าได้กว่า 375,000 ล้านบาทต่อปี กอปรกับในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีเองใช้กระแสไฟฟ้ามากเป็นอันดับ 3 ของภาคใต้รองจากสงขลา และภูเก็ต โดยเฉพาะเกาะสมุยใช้กระแสไฟฟ้าถึง 500 ล้านหน่วยต่อปี เท่ากับปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้าของทุกอำเภอใน จ.สุราษฎร์ธานีรวมกัน

http://www.banmuang.co.th/editor.asp?id=213900

คะแนน: 0.00 (0 คะแนน) - ให้คะแนนข่าวสารนี้ -
ข่าวการเมือง : แผนปรองดองหวังฟอกผิดนช.แม้ว เงื่อนไขขายฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง
ส่งมาโดย niyom เมื่อ 4/9/2010 8:18:59 (2 ครั้งที่อ่าน)
ข่าวการเมือง

แผนปรองดองหวังฟอกผิดนช.แม้ว เงื่อนไขขายฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง
แถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยที่เสนอแผนสร้างความสมานฉันท์ในชาติด้วยการเรียกร้องให้มีการเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างคู่กรณีทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อน้ำเงิน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และทุกส่วนที่เกี่ยวข้องแค่เริ่มต้นก็ส่อเค้าว่าจะเหลวไม่เป็นท่าเสียแล้ว
เพราะยังไม่ทันไร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความั่นคง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล ออกมาสวนทันควันว่า ไม่เชื่อน้ำยาแผนสร้างความสมานฉันท์ของพรรคเพื่อไทยที่เป็นแค่การสร้างภาพ และชี้ให้จับตาดูบทบาทความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยในอนาคตให้ดีเพราะเชื่อว่าในที่สุดก็จะออกลายร่วมขบวนการเผาบ้านทำลายเมืองเหมือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ รองนายกฯสุเทพ ตั้งข้อสงสัยว่า ขณะที่ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาแถลงแผนสร้างความปรองดองของพรรคเพื่อไทย แต่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง ผู้ต้องหาก่อการร้าย กลับยื่นเท้าเที่ยวสร้างความแตกแยกไปทั่ว แล้วอย่างนี้จะสร้างความปรองดองได้อย่างไร
"หากพรรคเพื่อไทยจะสร้างความปรองดองจริงก่อนอื่นทำตัวเป็นพรรคการเมืองที่แท้จริง ที่เล่นการเมืองในเวทีรัฐสภา ไม่ใช่คอยรับคำสั่งไปเล่นการเมืองข้างถนนกับม็อบแล้วก่อจลาจลเผาเมืองเหมือนที่ผ่านมา"
หากพิจารณาเนื้อหาในแถลงการณ์แผนสร้างความปรองดองของพรรคเพื่อไทยแล้วเป็นการซ่อนเป้าหมายที่แท้จริงซึ่งต้องการให้ฟอกโทษความผิดทั้งหมดแก่ นักโทษชายแม้ว และพวกซึ่งก็คือเหล่าแกนนำคนเสื้อแดงและกลุ่มก่อการร้ายที่ถูกดำเนินคดีฐานเผาบ้านทำลายเมืองช่วงที่ผ่านมาทั้งหมด แล้วมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่
แผนขอเจรจาสงบศึกเพื่อสร้างความสมานฉันท์ของขบวนการเพื่อแม้วถือเป็นการเล็งผลเลิศ ทั้งๆ ที่ตัวเองอยู่ในภาวะที่ถูกรุกไล่ใกล้จนตรอกเข้าไปทุกขณะ ทั้งพรรคเพื่อไทยที่กำลังเป็นโรคเลือดไหลไม่หยุด ม็อบคนเสื้อแดงที่แตกฉานซ่านเซ็นและถูกต่อต้านจากสังคม ขณะที่แกนนำกองกำลังติดอาวุธก็ถูกจับกุมฐานก่อการร้ายไปแล้วจำนวนมาก ตรงกันข้ามฝ่ายรัฐบาลกลับกระชับอำนาจเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ทั้งกองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายปกครอง ซึ่งภายใต้สถานการณ์ที่กำลังใกล้จนตรอกของขบวนการเพื่อแม้วเช่นนี้ไหนเลยยังจะมายื่นข้อต่อรองขอฟอกโทษความผิดให้กับนักโทษแม้ว และเหล่าผู้ก่อการร้าย
เงื่อนไขที่จะให้ฟอกโทษความผิดทั้งหมดให้กับ นักโทษชายแม้ว และพวกที่ถูกตั้งข้อหาก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองถือเป็นการทำลายระบบกระบวนการยุติธรรมอย่างยิบเยินจนไร้ความศักดิ์สิทธิ์เพราะคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษกศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้วให้คำคุก นักโทษชายแม้ว เป็นเวลา 2 ปี ยังไม่รวมคดีอาญาและคดีด้านความมั่นคงอีกหลายคดีที่อยู่ระหว่างรอการพิพากษาของศาล
หากมีการฟอกโทษความผิดทั้งหมดให้กับ นักโทษชายแม้ว และกลุ่มก่อการร้ายยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานแบบอย่างที่ไม่ถูกต้อง มิฉะนั้นต่อไปเมื่อมีการเผาบ้านทำลายเมืองหวังช่วงชิงอำนาจรัฐแล้วไม่สำเร็จก็จะเล่นเกมใต้ดินเพื่อยื่นเงื่อนไขเจรจาต่อรองขอฟอกโทษความผิดโดยอ้างว่าเพื่อสร้างความสมานฉันท์
ที่สำคัญหากมีการฟอกโทษความผิดให้กับ นักโทษชายแม้ว กับกลุ่มก่อการร้ายที่เผาบ้านทำลานเมืองจริงก็จะกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่จากการออกมาต่อต้านของประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยอมรับไม่ได้
นอกจากออกแถลงการณ์จุดยืนพรรคเพื่อไทยที่เสนอแผนสมานฉันท์แล้ว ยังมีรายงานข่าวว่า นักโทษชายแม้ว มอบหมายให้คนใกล้ชิด โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว ล็อบบี้ผ่านแกนนำพรรคประชาธิปัตย์บางคนเพื่อเสนอสูตรจัดตั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย เพื่อยุติความแตกแยกในชาติ
แต่ข้อเสนอดังกล่าวแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเพราะแค่การเจรจาว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ยุ่งแล้ว แต่ที่สำคัญคือบุคคลสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์อย่าง นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และ อดีตนายกฯชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ค้านการจับมือกับพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มตัว
เพราะฉะนั้นเป้าหมายที่แท้จริงของพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นหุ่นเชิดนักโทษชายแม้วที่พยายามอ้างแผนสร้างความสมานฉันท์โดยซุกเป้าหมายที่แท้จริงเพื่อฟอกโทษความผิดทั้งหมดให้นักโทษชายแม้วกับกลุ่มก่อการร้ายนั้นฟันธงได้เลยว่าคงไม่มีทางเป็นจริง เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่จะต้องจับตาต่อไปก็คือไพ่ตายใบสุดท้ายด้วยการใช้ปฏิบัติการใต้ดินเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยเฉพาะแนวโน้มที่จะเกิดปฏิบัติการลอบก่อวินาศกรรมป่วนเมืองช่วงเดือนก.ย.ถึงต.ค.นี้ อย่างที่มีการขู่ทิ้งท้ายในแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยว่า หากรัฐบาลยังไม่เพิกเฉยไม่มียอมเจรจาก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นแบบตัวใครตัวมัน

http://www.naewna.com/news.asp?ID=226416

คะแนน: 0.00 (0 คะแนน) - ให้คะแนนข่าวสารนี้ -
ข่าวการเมือง : เหยียบเท้าหรือเหยียบอก
ส่งมาโดย niyom เมื่อ 4/9/2010 8:16:31 (2 ครั้งที่อ่าน)
ข่าวการเมือง

เหยียบเท้าหรือเหยียบอก
นายกรัฐมนตรีฮุนเซ็นแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาทำเป็นอุปมาอุปมัยว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แห่งประเทศไทย กำลังจับมือกับตนเอง แต่ทว่ากลับเหยียบเท้าของตนไปพร้อม ๆ กันด้วย คำกล่าวอ้างเช่นนี้ของผู้นำประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกันอย่างไทยกับกัมพูชา ย่อมแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองในสายตาและความรู้สึกของผู้นำการเมืองของกัมพูชามิได้ดำเนินไปในทิศทางของความเป็นมิตร ทั้งยังแสดงให้เห็นว่านายกฯฮุนเซ็นมิได้ชื่นชอบและชื่นชมนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของไทยแม้แต่น้อย เมื่อเปรียบเทียบกับความนิยมที่มีให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร
แต่หากจะมองจากฝั่งของนายกฯอภิสิทธิ์ ก็อาจจะบอกว่าไม่ชอบก็อย่าชอบ ไม่เห็นเดือดร้อนอะไร เพราะไทยมิได้มีฐานะเป็นผู้พึ่งพาอาศัยหรือตกอยู่ใต้อิทธิพลของกัมพูชา แต่ในมุมกลับกัน กัมพูชาคือผู้ที่ด้อยกว่าไทยในหลายๆ กรณี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใส่ใจกับเรื่องไร้สาระเช่นนี้
เป็นที่เข้าใจได้ว่านายกฯฮุนเซ็นมีความใกล้ชิดและสนิทสนมกับอดีตนายกฯทักษิณมาก่อน สำหรับสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมก็เพราะสามารถแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ส่วนตัวระหว่างกันได้ดีกว่าแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ส่วนตัวกับนายกฯอภิสิทธิ์ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผู้นำเขมรจะรู้สึกปลื้มคุณทักษิณมากกว่าปลื้มคุณอภิสิทธิ์
แต่ก็ต้องย้ำอีกครั้งว่า อันที่จริงแล้วคุณฮุนเซ็นก็มิใช่ว่าจะปลื้มคุณทักษิณมาแต่อ้อนแต่ออก เพราะหากปลื้มกันแท้จริงแล้ว รับรองว่าจะต้องไม่เกิดการเผาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ ในยุคที่คุณทักษิณเป็นใหญ่ล้นประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2546 เป็นอันขาด ในมุมกลับกันคุณทักษิณก็มิได้ปลื้มคุณฮุนเซ็นมาแต่ชาติปางก่อนเช่นกัน เพราะมิฉะนั้นแล้วจะมีการลือกันให้แซดทั้งในไทยและกัมพูชาหรือว่า คุณทักษิณมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการโค่นล้มคุณฮุนเซ็นเมื่อเกือบ 10 ปีมาแล้ว
แต่หากเปรียบเทียบความแค้นในใจของคุณฮุนเซ็นที่มีกับคุณทักษิณและคุณอภิสิทธิ์แล้วก็สามารถเข้าใจได้โดยไม่ยากว่าเขาคั่งแค้นคุณอภิสิทธิ์มากกว่าหลายเท่า เพราะจะเห็นว่าตั้งแต่รัฐบาลชุดปัจจุบันขึ้นมาปกครองประเทศ ก็ทำให้ผลประโยชน์ที่กัมพูชาคาดหวังต้องพังทลายอย่างไม่เป็นท่าในทุกกรณี โดยเฉพาะการดับฝันของคุณฮุนเซ็นในเรื่องการนำปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว ทั้งนี้ยังไม่นับรวมการที่ฝ่ายไทยไม่ยินยอมถอนทหารออกจากดินแดนที่เขมรอ้างว่าเป็นของตน เทศ ก็ทำให้ผลประโยชน์ที่ฝ่ายกัมพูชาคาดหวังต้องพังทลายลงอย่างไม่ยไม่ยากว่า่อปี พ.ศ. งคู่สนิทสนมกันก็เพราะสามารถ
คุณฮุนเซ็นต้องรู้สึกโกรธมากขึ้นเป็นลำดับ เมื่อได้ยินสิ่งที่คุณอภิสิทธิ์ย้ำว่าต้องดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายและต้องเคร่งครัดกับกระบวนการของรัฐสภาไทยเพื่อพิจารณากรอบการเจรจาปัญหาชายแดนร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา เพราะนี้คือการเคารพหลักการประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด โดยต้องทำควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจกับต่างประเทศว่าไทยมิใช่ผู้รุกรานตามที่กัมพูชากล่าวหา
หากจะมองแบบชาตินิยมก็ต้องยอมรับว่าการตอบโต้ของคุณอภิสิทธิ์ในทำนองนี้ยิ่งทำให้คุณฮุนเซ็นไม่พอใจเป็นอย่างมากและอาจจะถึงกับสติแตกได้โดยง่าย เพราะยั่วยุไทยมาตั้งหลายครั้งแต่กลับไม่เกิดผลใดๆ ดังนั้นจึงอาจจะไม่ผิดที่จะกล่าวว่า จริงๆ แล้วคุณอภิสิทธิ์มิได้เหยียบเท้าคุณฮุนเซ็น แต่คุณฮุนเซ็นกลับคิดเอาเองว่ากำลังถูกเหยียบอก

http://www.naewna.com/news.asp?ID=226415

คะแนน: 0.00 (0 คะแนน) - ให้คะแนนข่าวสารนี้ -
(1) 2 3 4 ... 751 »



ปฏิทินข่าว
Last MonthSep 2010Next Month
Su Mo Tu We Th Fr Sa
1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30
Today
รายงานสภาพอากาศ
-o สภาพอากาศวันนี้
( 4 กันยายน 2553)
โดยทั่วไปในพื้นที่ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฏร์ธานี
ในช่วงนี้ฤดูฝน พื้นที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม
ตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน มีหมอกบางในตอนเช้า
บ่ายและค่ำท้องฟ้ามีเมฆกระจาย ปริมาณฝนตก 40 %
- ความเร็วลมอยู่ที่ประมาณ 15-35 กม/ชม.
อุณหภูมิ 24-35 องศาเซลเซียส
ราคายางพารา-ปาล์มน้ำมัน
ราคายางพารา สกย.วันที่ 2 กันยายน 2553
- U3 102.00 +.56 บาท
- S3 106.53 +.61 บาท
- FL 98.50 +.50 บาท
- BK 107.90 +1.60 บาท
แนะนำโดย คูเดิล
ข่าววันนี้::ปฏิทินข่าว
No Events
ข่าวสารยอดนิยม
อ่านต่อ...  0 บทความ  0 ครั้งที่อ่าน 
  ส่งมาโดย samuicyber เมื่อ 12/11/2007 - 9.00/10 (5 คะแนน), 7621 ครั้งที่อ่าน

  ส่งมาโดย samuicyber เมื่อ 30/11/2007 - 0.00/10 (0 คะแนน), 5888 ครั้งที่อ่าน

  ส่งมาโดย niyom เมื่อ 16/10/2007 - 10.00/10 (1 คะแนน), 4700 ครั้งที่อ่าน

  ส่งมาโดย samuicyber เมื่อ 5/8/2007 - 0.00/10 (0 คะแนน), 4217 ครั้งที่อ่าน

  ส่งมาโดย niyom เมื่อ 16/10/2007 - 0.00/10 (0 คะแนน), 3645 ครั้งที่อ่าน

  ส่งมาโดย samuicyber เมื่อ 14/1/2008 - 0.00/10 (0 คะแนน), 3580 ครั้งที่อ่าน

  ส่งมาโดย samuicyber เมื่อ 7/11/2007 - 0.00/10 (0 คะแนน), 3352 ครั้งที่อ่าน

  ส่งมาโดย punja เมื่อ 16/8/2007 - 0.00/10 (0 คะแนน), 2323 ครั้งที่อ่าน

  ส่งมาโดย niyom เมื่อ 20/8/2007 - 0.00/10 (0 คะแนน), 2164 ครั้งที่อ่าน

  ส่งมาโดย niyom เมื่อ 26/8/2007 - 0.00/10 (0 คะแนน), 2152 ครั้งที่อ่าน

สืนต้าจากอเมซอน
Recent Photos with thumbs
ประกาศ สินค้าและ บริการ ล่าสุด
No ad at the moment.
รูบใหม่
รูบยอดนิยม



Copyright ฉ 2004 by thakhanon.com  |  Powered by XOOPS 2.0 © 2001-2007 The XOOPS Project บริหาร จัดการ โดย กลุ่มสื่อสารสนเทศ ท่าขนอน  |  Design by 7dana.com